Sanook77

แปลกตา! ชาวประมงพบปลาเก๋าเผือกครั้งแรกในชีวิต นำมาเลี้ยงให้ลูกหลานได้ชม

สตูลข่าว
//s.isanook.com/ss/0/ud/1/7413/dsc09216.jpg

วันที่ 26 ก.พ. 63 ชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุงดูปลาเก๋าเผือก ซึ่งเป็นปลาเก๋าที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน หลังจากมีชาวประมงจับได้และนำมาไว้ในบ่อข้างบ้านเพื่อให้เพื่อนบ้านและลูกหลานวัยเด็กได้ดูเนื่องจากปลาเก๋าเผือกเป็นของแปลกที่ชาวบ้านไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

นายอับดุลกาฉ๊ะ สามาดี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่224 ม.1 ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล เล่าให้ฟังว่าเช้าวันนี้ได้ไปเก็บไซปลาเก๋าที่วางไว้เมื่อ 10 วันก่อน ซึ่งห่างจากฝั่งต.ตันหยงโปประมาณ 4 กม.ใกล้กับสันหลังมังกร ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะมีปลาเก๋าชุกชุม สำหรับไซปลาเก๋านั้นตนจะนำไปวางประมาณ5-7 วันไปเก็บสักครั้งหนึ่งแต่ครั้งนี้ลมแรงมาก ตนทิ้งไว้ถึง 10 วันจึงไปเก็บ

โดยไซปลาเก๋าขนาด1เมตรเศษจะติดปลาเก่าตัวโตประมาณ2-3 ตัว แต่สำหรับไซที่ติดปลาเก๋าเผือกนั้นจะติดตัวเดียว ตอนแรกตนก็ตกใจว่าเป็นปลาอะไรเพราะไซชนิดนี้เป็นไซตาห่างปลาที่ติดไซส่วนใหญ่จะเป็นปลาเก๋าตัวใหญ่เท่านั้น ปกติปลาเก๋าจะมีสีดำหรือน้ำตาลเข้มและจะมีจุดขึ้นเต็มตัว แต่สำหรับตัวนี้เป็นสีขาวทั้งตัวมองไกลๆแทบจะไม่เห็นเกล็ด บริเวณหางจะมีสีชมพูที่เกิดจากรอยช้ำที่ปลาพยายามดิ้นรนที่จะออกจากไซ

นอกจากนี้บริเวณลำตัวจะมีรอยแดง2-3 จุดที่เป็นรอยช้ำเท่านั้น ซึ่งปลาเก๋าเผือกสำหรับตนเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก เพื่อนบ้านที่ทำประมงอยู่ในทะเลมากว่า 40 ปียังไม่เคยเห็นปลาเก๋าเผือกแบบนี้เมื่อนำเข้าฝั่งเอาไปขาย ทางแพปลาบอกว่าให้เก็บไว้ดูดีกว่าเพราะชาวบ้านเองก็ไม่เคยเห็นปลาเก๋าเผือกแบบนี้เช่นกันโดยน้ำหนักปลาตัวนี้ประมาณ 3 ก.ก.

หลังจากนำมาใส่ในบ่อมีชาวบ้าน เด็กนักเรียนและเพื่อนบ้านก็มาดูกันอย่างไม่ขาดสายเนื่องจากไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ตนก็คิดจะเลี้ยงต่อไปโดยหาปลาตัวเล็กมาให้กินด้วย ซึ่งปลามีลักษณะอ่อนเพลียเนื่องจากติดอยู่ในไซ 10 วัน ซึ่งปลาเก๋าเป็นปลาที่อดทนจะฟื้นตัวได้เร็ว

แกลเลอรี

ชาวประมงพบปลาเก๋าเผือกครั้งแรกในชีวิต นำมาเลี้ยงให้ลูกหลานได้ชม
ชาวประมงพบปลาเก๋าเผือกครั้งแรกในชีวิต นำมาเลี้ยงให้ลูกหลานได้ชม
ชาวประมงพบปลาเก๋าเผือกครั้งแรกในชีวิต นำมาเลี้ยงให้ลูกหลานได้ชม
ชาวประมงพบปลาเก๋าเผือกครั้งแรกในชีวิต นำมาเลี้ยงให้ลูกหลานได้ชม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปลาเก๋าปลาเผือกชาวประมงข่าวภาคใต้สตูล

เนื้อหาโดย

Thatchaphorn S.