Sanook77

โจรแสบนำทองปลอมนั่งรถตู้โดยสารไปขายฝากห้างทอง สารภาพเคยทำสำเร็จแล้วหลายครั้ง

ราชบุรีข่าว
//s.isanook.com/ss/0/ud/0/723/newproject.jpg

โจรแสบแอบนำทองปลอม หนัก 3 บาท ทำเป็นเนียนนั่งรถตู้โดยสารไปทำขายฝากห้างทองเยาวราชที่ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โชคดีร้านทองไหวตัวทันรีบแจ้งตำรวจจับทันควัน หลังสอบปากคำยอมรับสารภาพเคยทำมาแล้วและประสบความสำเร็จหลายครั้ง จึงย่ามใจหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำก่อนถูกจับได้ ด้านตำรวจเตือนร้านทองให้ตรวจสอบโดยละเอียดก่อนรับซื้อ เชื่อทำกันเป็นขบวนการเตรียมขยายผล

(10 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. ตำรวจจาก สภ.จอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี สามารถรวบตัวโจรแสบที่นำสร้อยคอทองคำปลอมมาทำขายฝากภายในห้างทองเยาวราช สาขาอำเภอจอมบึง หมู่ที่ 3 อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี หลังนั่งปฏิบัติการเฝ้าระวังภายในห้างทองดังกล่าว ก่อนที่เจ้าของร้านจะส่งสัญญาณให้ทำการควบคุมตัวชายต้องสงสัยที่นำเอาสร้อยคอทองคำปลอมหนัก 3 บาท มาทำการขายฝาก โดยที่ทางเจ้าของห้างทองได้ทำการทดสอบแล้วว่าสร้อยคอทองคำเส้นดังกล่าวเป็นของปลอม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไปสอบสวนต่อที่ สภ.จอมบึง

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาคนดังกล่าวชื่อนายชวลิต อายุ 51 ปี ได้รับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริงในข้อหาช่อโกงประชาชน โดยนายชวลิต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนได้นั่งรถตู้โดยสารเดินทางมาจากบ้านที่เพชรบุรี และมาต่อรถตู้โดยสารที่สถานีขนส่งราชบุรีเพื่อเดินทางไปยังอำเภอจอมบึง ด้วยการนำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น เพื่อที่จะนำมาทำการทำสัญญาขายฝากในราคา 5 หมื่นบาท กับทางห้างทองเยาวราชสาขาอำเภอจอมบึง เมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ด้วยอาการท่าทางปกติ

โดยที่ภายในร้านทองดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำเวนตรวจร้านทองประจำวัน แต่นายชวลิต ผู้ต้องหาไม่เกรงกลัวใดๆ เมื่อเดินเข้าไปถึงร้านได้หยิบสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท ขึ้นมาให้ทางร้านตรวจสอบตามปกติทั่วไปของการซื้อขายทอง และตกลงทำสัญญาขายฝากในราคา 5 หมื่นบาท จากราคาจริงที่ 6 หมื่นบาทเศษ เมื่อทางเจ้าของร้านทองได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยทำการตรวจสอบจากห่วงและข้อแรกพบว่าเป็นทองจริง แต่เมื่อลองตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยการตรวจสอบทั้งเส้นพบว่าเป็นสร้อยคอทองคำปลอม จึงได้ทำการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตรวจเวรร้อนทองประจำวันให้ทำการจับกุมและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.พายัพ สมบูรณ์ ผกก.สภ.จอมบึง กล่าวว่า กรณีคนร้ายรายนี้ถือว่าเป็นมืออาชีพที่มีลักษณะนิ่งมาก แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนั่งอยู่ภายในร้านทองแต่นายชวลิต ผู้ต้องหาก็กระทำความผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งพฤติกรรมที่ผ่านมาที่ตรวจสอบตามประวัติ เมื่อปี 2558 ถูกศาลจังหวัดนครปฐมสั่งจำคุกเป็นเวลา 3 เดือนในข้อหาฉ้อโกง ด้วยการนำแหวนทองคำปลอมไปทำการขายฝากที่ร้านทองในจังหวัดนครปฐม และถูกทางร้านตรวจสอบว่าเป็นทองปลอมจึงแจ้งตำรวจดำเนินคดี จากเมื่อพ้นโทษออกมายังมาก่อเหตุซ้ำอีกโดยการนำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท

ซึ่งทางนายชวลิต ผู้ต้องหา ได้ระบุว่าซื้อมาจากชายคนหนึ่ง ในราคา 25,000 บาท และนำมาขายฝากตามร้านทองในอำเภอต่างๆ ในเขตภูธรภาค 7 โดยเลือกจังหวัดราชบุรีเป็นหลัก ซึ่งก็ทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งจะได้เงินสดไปจำนวน 50,000 บาท รวมแล้ว ประมาณ 2 แสนบาท ส่วนที่อำเภอจอมบึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งแรกมาก่อเหตุเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมาได้เงินสดไปจำนวน 50,000 บาท และมาวันนี้มาก่อเหตุซ้ำแต่กลับถูกจับกุมได้เสียก่อน

ส่วนพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ไม่มีอาชีพอื่น อาจจะเป็นแก๊งพอสมควร ส่วนการสอบปากคำในเบื้องต้นผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ และเข้าจะบอกว่ามีคนเอามาให้เขาซึ่งตรงนี้คนร้ายจะไม่บอกว่าเป็นใคร น่าจะมีในลักษณะการก่อเหตุแบบเดียวกันหลายคน เพียงแต่ว่าจะแยกกันไปทำ
ส่วนสร้อยคอทองคำที่คนร้ายนำมาตระเวนขายนี้ จะเหมือนของจริงมาก ซึ่งมีการชุบทองจริงซึ่งลักษณะจะชุบหนา ในช่วงบริเวณตรงตะขอ หรือ ตะขอ เป็นจุดที่ร้านทองจะตรวจสอบ ซึ่งค่าที่วัดออกมาก็เป็นทองจริง ซึ่งคนร้ายได้ทำการชุบทองไว้หนาพอสมควร ซึ่งร้านทองจะปล่อยผ่านเพราะว่าจะมีค่าทองจริง

อยากจะฝากร้านทองขอให้เพิ่มการตรวจสอบให้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงว่าเห็นน้ำหนักทองตรง 3 บาท และทองจะแท้อาจจะต้องหาวิธีการตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งหนึ่ง เพราะปัจจุบันการตรวจสอบของร้านทองจะตรวจสอบตรงข้อ และตะขอ ทำให้คนร้ายคิดว่าเป็นช่องโหว่จึงทำของจริงมาใส่ ส่วนที่หลุดจากข้อไปตลอดทั้งเส้นจะเป็นของปลอม ทำให้ร้านทองตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ตรงนี้จึงอยากฝากให้ตรวจสอบมากขึ้น หรือ เป็นไปได้ให้ตรวจสอบตลอดทั้งเส้นเพื่อความปลอดภัย

ด้านนางทัศมาลี อายุ 47 ปี เจ้าของร้านทองดี อำเภอจอมบึง ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายก่อเหตุเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 62 ที่ผ่านมา และ นางสมมาศ อายุ 63 ปี เจ้าของในอำเภอโพธาราม ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายก่อเหตุเมื่อวันที่ 26 ก.ค.62 ที่ผ่านมา โดยที่ทั้ง 2 ร้านโดนผู้ต้องหาหลอกนำสร้อยคอทองคำ หนัก 3 บาท มาทำการขายฝากโดยสูญเงินไปจำนวนรายละ 50,000 บาท รวมแล้ว 1 แสนบาท ได้เดินทางมาดูตัวผู้ต้องหาพร้อมทั้งยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันที่เข้ามาก่อเหตุที่ร้านของตนเอง

โดยที่ทั้งคู่ยืนยันว่าคนร้ายรายนี้เข้ามาก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน ซึ่งนำสร้อยคอทองคำเข้ามาทำการขายฝาก โดยตนเองก็ทำการตรวจสอบโดยละเอียดแล้ว ก็คิดว่าเป็นทองจริงเพราะทั้งใช้น้ำยาและทำการฝนที่เนื้อทองก็พบว่าเป็นทองจริง เมื่อคิดว่าเป็นทองจริงจึงจ่ายเงินให้คนร้ายไป แต่เมื่อนำมาตรวจสอบอีกทีเพราะต้องนำมาหลอมทอง แต่พบว่าเป็นทองปลอมเพราะเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดโดยช่างทำทองพบว่าเนื้อมนเป็นแสตนเลส ตนจึงนำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท เส้นดังกล่าวเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธาราม

พร้อมกันนี้ยังได้ส่งข้อมูลไปทางระบบ line กับกลุ่มร้านทองต่างๆ ให้กันช่วยเฝ้าระวังคนร้ายที่จะเข้ามาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะการตรวจสอบทอง ต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก วันนี้ต้องขอบคุณ ร้านทองที่แจ้งตำรวจให้จับกุม โดยทางเจ้าหน้าที่ตรวจจะทำการขยายไปถึงแก๊งคนร้ายรายนี้เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

แกลเลอรี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สร้อยทองทองปลอมต้มตุ๋นข่าวภาคตะวันตกราชบุรี

เนื้อหาโดย

Sirimongkhon K.