Sanook77

สุดสลด! หลานชายนั่งก๊งเหล้ากับตาวัย 70 เมาได้ที่หึงเมีย กระหน่ำมีดแทงตาดับ

บุรีรัมย์ข่าว
//s.isanook.com/ss/0/ud/0/2744/newproject(4).jpg

หลานชายวัย 34 ปี พาภรรยาไปนั่งดื่มเหล้ากับตาวัย 70 เมาได้ที่เกิดระแวงตาแอบชอบเมียตัวเอง ใช้มีดแทงกระหน่ำแทงตา 5 แผลเลือดท่วมสาหัสก่อนเสียชีวิตที่ รพ. ลูกชายคนตายบอกอโหสิกรรมให้แม้ใครจะผิดหรือถูกเพราะไม่อยากจองเวร ส่วนแม่ผู้ต้องหาบอกเสียใจแต่ยอมรับเป็นเวรกรรมของแต่ละคน

วันที่ 27 ต.ค. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ได้จับกุมนายธนกฤษ หรือต้อง อายุ 34 ปี หลังได้ก่อเหตุใช้มีดปลายแหลมแทงนายเรือง เข้าเมือง อายุ 70 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาของตัวเอง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณประตูหลังบ้าน ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เนื่องจากนายเรือง ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เพราะถูกแทงเข้าที่บริเวณลำตัวรวม 5 แผล โดยจุดที่สำคัญที่สุดคือใต้ราวนมข้างซ้ายตัดขั้วหัวใจ เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวน นายธนกฤษ หรือต้อง ผู้ต้องหา ให้การว่า ตนเองพร้อมด้วย น.ส.หมิว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ได้มาหานายเรือง ผู้ตายซึ่งเป็นศักดิ์เป็นตาที่บ้านเมื่อตอน 8 โมงเช้าของวันที่ 26 ต.ค. เพี่อมาขอยืมเงินจำนวน 3,000 บาท ก่อนจะกลับไปทำงานก่อสร้างที่ จ.นครราชสีมา โดยบอกว่าอีก 1 เดือนจะนำมาคืนให้

แต่ตาบอกไม่มีเงินติดตัว นายเรือง ผู้ตายจึงให้พาไปที่ ธ.ก.ส. สาขาชำนิ เพื่อจะไปเบิกเงินให้ แต่เนื่องจากเป็นวันเสาร์ธนาคารปิด จากนั้นจึงพากันกลับมาบ้านแล้วมานั่งดื่มเหล้ากันที่บ้านของนายเรือง ก็นั่งกินอยู่ด้วยกัน 3 คน จนถึง 5 ทุ่ม ตนเองเริ่มมีอาการเมาอยากอาเจียน จึงเดินออกไปอาเจียนที่ป่าข้างบ้าน แต่พอเดินกลับมาพบว่าประตูหลังบ้านล็อก จึงตะโกนเรียก น.ส.หมิว ภรรยาของตัวเองให้เปิดประตูเพื่อจะกลับบ้าน เพราะรู้สึกเมามากแล้ว

แต่คนที่เดินมาเปิดประตูหลังบ้านกลับเป็น นายเรือง ผู้ตาย โดยที่ถือมีดอีโต้มาด้วยพยายามจะมาฟันที่แขนของตนเอง จึงเกิดการยื้อแย่งมีดกัน ก็สู้กันอยู่สักพักกระทั่งนายเรือง เสียหลักล้มลง ตนจึงวิ่งไปหยิบมีดปลายแหลม ซึ่งอยู่หลังบ้านมาแทงนายเรือง ไปหลายครั้ง ก่อนจะเดินกลับบ้านโดยที่ไม่รู้ว่านายเรือง เสียชีวิตหรือไม่

ขณะที่ทางญาติก็ได้นำศพนายเรือง ผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีสวดอภิธรรมศพที่บ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านของผู้ตาย ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว เพราะไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพราะคนก่อเหตุก็เป็นหลาน ซึ่งจากการสอบถามนายบุญลือ ข้าวเมือง ลูกชายผู้เสียชีวิต บอกว่า วันเกิดเหตุไม่มีใครรู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะพ่อย้ายออกมาอยู่บ้านหลังดังกล่าวคนเดียวได้เกือบปีแล้ว มารู้ก็ตอนที่ภรรยา ของนายธนกฤษ ผู้ก่อเหตุวิ่งไปบอกที่บ้านว่านายธนกฤษ แทงตาเสียชีวิตแล้ว จึงรีบวิ่งมาดูก็เห็นพ่อนอนเลือดท่วมตัวแต่ยังไม่สิ้นใจ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาลแต่พ่อทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนตัวไม่รู้ว่าชนวนเหตุที่หลาน ลงมือฆ่าพ่อของตัวเองเกิดจากเรื่องอะไรเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่หากถามว่าโกรธหรือไม่ก็ไม่โกรธ และอโหสิกรรมให้เพราะไม่อยากจองเวรต่อกัน ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการ

ขณะที่นายอภัย อายุ 62 ปี แม่ของผู้ต้องหา กล่าวขณะไปร่วมงานศพว่า ในฐานะคนเป็นแม่ก็รู้สึกเสียใจที่ลูกก่อเหตุฆ่าคนตายและต้องถูกจับ ที่สำคัญคนที่ตายก็มีศักดิ์เป็นตาของตัวเองด้วย ส่วนสาเหตุก็ไม่มีใครรู้เพราะตนเองก็อยู่ที่บ้านไม่ได้เห็นเหตุการณ์ มารู้ก็หลังเกิดเหตุตอนที่ลูกสะใภ้วิ่งไปบอกที่บ้านตอนประมาณตี 1 เศษๆ จึงบอกลูกให้รอมอบตัวอย่าหนีจะได้ไม่โดนหลายข้อหา ซึ่งลูกก็ไม่ได้หลบหนีรอมอบตัวที่บ้าน ส่วนที่ลูกชายหึงหวงภรรยานั้นตนเองก็ไม่ทราบเพราะลูกไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง แต่คิดว่าใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมนั้น หากลูกชายทำผิดก็ต้องรับผิด แต่ก็ขอบคุณที่ลูกของผู้ตายอโหสิกรรมให้จะได้ไม่ต้องจองเวรต่อกัน ส่วนตนก็จะทำบุญให้ตาด้วย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและคำให้การของนายธนกฤษ ผู้ต้องหา จึงสันนิษฐานว่า ผู้ต้องหาซึ่งเป็นหลานชายน่าจะดื่มเหล้าเมาหนัก ประกอบกับตอนเดินออกไปอาเจียนข้างนอก แล้วพอกลับมาประตูเปิดไม่ได้จึงเกิดความระแวง ตาของตัวเองว่าแอบชอบภรรยา จึงได้ก่อเหตุสลดดังกล่าวขึ้น หลังสอบสวน พ.ต.ท.สรคม ราชประโคน สารวัตร (สอบสวน) สภ.ชำนิ ก็ได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา “ฆ่าผู้อื่น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายแทงกันข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือบุรีรัมย์

เนื้อหาโดย

Pikool K.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

รวบหนุ่มหัวร้อนขับรถเฉี่ยวชนกันเกิดมีปากเสียง ชักปืนยิงใส่คู่กรณี
สุราษฎร์ธานีข่าว

รวบหนุ่มหัวร้อนขับรถเฉี่ยวชนกันเกิดมีปากเสียง ชักปืนยิงใส่คู่กรณี

โดยNopporn M./
โหลดเพิ่มเติม