Sanook77

"ดอกพลับพลึงธาร" ราชินีแห่งสายน้ำบานสะพรั่งปลายฝนต้นหนาว

พังงาไลฟ์สไตล์
//s.isanook.com/ss/0/ud/0/2408/newproject(3).jpg

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือประมาณเดือน ต.ค.-ธ.ค.ของทุกปี ดอกพลับพลึงธาร ในคลองตาเลื่อน หรือนายเลื่อน มีแสง ผู้เฒ่าเฝ้าพลับพลึงธาร ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ที่ 1 บ้านบางซอย ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา จะบานสะพรั่งรับหน้าหนาวที่มาเยือน แย่งกันชูช่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม และสัมผัสอย่างใกล้ชิดในแหล่งท่องเที่ยวใหม่เชิงอนุรักษ์ของจังหวัดพังงา

โดยดอกพลับพลึงธารได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชินีแห่งสายน้ำ มีลักษณะคล้ายๆ หัวหอม บางครั้งจึงถูกเรียกว่า หอมน้ำ โดยหัวของพลับพลึงธารนี้จะอยู่ในน้ำที่มีความลึกเฉลี่ย 2 เมตร ใบเป็นริ้วยาว คล้ายริบบิ้น จะเติบโตได้ในน้ำที่ใสสะอาด และไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา ที่บอกว่าพลับพลึงธารนี้เป็นพืชที่มีความพิเศษก็เพราะว่า เป็นพืชน้ำที่ขึ้นเฉพาะถิ่น และแปลกตรงที่ไม่เคยพบเห็นจากที่ใดในโลก แต่เป็นพืชน้ำเฉพาะถิ่นของประเทศไทย พบได้ในแถบจังหวัดพังงา และระนอง

โดยที่พังงานั้นพบได้ที่บริเวณแม่น้ำลำคลอง ใน อ.คุระบุรี พังงา และ อ.สุขสำราญ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เป็นพืชอวบน้ำในช่วงฤดูฝนที่น้ำหลากจะมีการผสมเกสร โดยในแต่ละผลจะมีเมล็ดข้างใน 3-4 เมล็ด และจะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงปลายฤดูฝน หรือต้นฤดูหนาว ประมาณเดือนตุลาคม-ธันวาคมของทุกปี

ซึ่งดอกพลับพลึงธาร เป็นดอกไม้ประจำท้องถิ่น จึงเห็นความสำคัญในการพัฒนา และอนุรักษ์ให้ดอกพลับพลึงธารเป็นดอกไม้คู่บ้านคู่เมือง และเป็นดอกไม้อีกหนึ่งชนิดสำคัญของโลก ลักษณะของดอกพลับพลึงธารจะเป็นดอกตูมสีขาว ชูช่อขึ้นเหนือน้ำ หากบานแล้วจะส่งกลิ่นหอมอบอวล ดังนั้นในการอนุรักษ์พลับพลึงธาร ทางชาวบ้านได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติมากขึ้นได้มีการขยายพันธุ์เมล็ดของเมล็ดพลับพลึงธารเพื่อให้เคียงข้างอยู่กันในลำคลองตาเลื่อนกันเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี

จากการสำรวจพบว่าพันธุ์ไม้ยังมีความสมบูรณ์ ดังนั้นนักท่องเที่ยวทั่วโลกน่าจะให้ความสนใจ อีกทั้งชาวบ้านและชุมชนยังได้ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบริเวณนี้ไว้เป็นอย่างดี และขณะนี้ทางท้องถิ่นให้ความสำคัญในการพัฒนา และอนุรักษ์ดอกพลับพลึงธารให้เป็นดอกไม้คู่บ้านคู่เมือง และเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่สำคัญของโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวพักผ่อนในอำเภอคุระบุรีสามารถมาท่องเที่ยว และเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติของดอกพลับพลึงธาร ว่ามีความอุดมสมบูรณ์ด้านความหลากหลายของชีวภาพ ซึ่งมีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น

ทางนายเลื่อน มีแสง ผู้เฒ่าเฝ้าพลับพลึงธาร กล่าวว่า ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.ของทุกปีจะเป็นช่วงที่ดอกพลับพลึงธารบานสะพรั่งออกดอกสวยงามในลำธารเล็กๆ จนปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวและประชาชนให้ความสนใจในการชมและอนุรักษ์ดอกพลับพลึงธารโดยได้หาวิธีเพาะเมล็ด แยกหน่อ ผ่าแบ่งหัวพันธุ์ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก่อนนำไปปลูกในคลองที่มีสภาพเหมาะสม โดยการฝังหัวพันธุ์ลงในดิน และนำตะแกรงพลาสติกคลุมทับหัวพันธุ์ไว้ไม่ให้ถูกน้ำพัดพาไป

ระยะการปลูกควรอยู่ในช่วงเดือนมกราคม เพราะน้ำในคลองมีน้อย เมล็ดหรือต้นพันธุ์จะจมลงหน้าดินใต้ท้องน้ำ เกิดการงอกของเมล็ด การแทงรากหยั่งลงดินจนต้นเติบโตได้ดีและดูแลให้ดีไปจนถึงฤดูฝน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเดินทางไปชมความงามของดอกพลับพลึงธารบานสะพรั่งในช่วงปลายฝนต้นหนาวปีนี้ สามารถเดินทางไปได้ที่บริเวณคลองตาเลื่อน บ้านคุระ หมู่ที่ 7 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา

แกลเลอรี

ดอกพลับพลึงธาร
ดอกพลับพลึงธาร
ดอกพลับพลึงธาร
ดอกพลับพลึงธาร
ดอกพลับพลึงธาร
ดอกพลับพลึงธาร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอกพลับพลึงธารคลองตาเลื่อนหอมน้ำไลฟ์สไตล์กิน เที่ยวภาคใต้พังงา

เนื้อหาโดย

Bannarak J.