Sanook77

ชาวบ้านทุ่งประดู่ขอ อย่าขนบิ๊กแบ๊คสีดำออก เพราะเข้าหน้ามรสุม หวั่นคลื่นซัดบ้านพัง

ประจวบคีรีขันธ์ข่าว
//s.isanook.com/ss/0/ud/0/1991/thnsanook77-2.jpg

ชาวบ้านทุ่งประดู่ขออย่าขนบิ๊กแบ๊คสีดำออกเพราะเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุม เกรงไม่ปลอดภัยหวันคลื่นซัดบ้านพังอีก รอจังหวัดจัดงบภัยพิบัติฯ ซื้อถุงบิ๊กแบ๊คใหม่ทดแทน ย้ำถุงสีดำได้ฟรีมาจากภาคเอกชนที่ต้องการช่วยชาวบ้านระหว่างรอสร้างแนวเขื่อนกันคลื่นให้เสร็จ

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ชายทะเลทุ่งประดู่ หมู่ที่ 2 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งว่ามีการติดตั้งถุงบิ๊กแบ๊คสีดำตามแนวชายหาดเพื่อป้องกันคลื่นลมทะเล โดยถุงดังกล่าวมีคราบฝุ่นผงสีดำนั้น

ล่าสุดนายภิรมย์ นิลทยารองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ลงพื้นที่พร้อมกับนายปรีดา สุขใจ นายอำเภอทับสะแก, นายสวง สุดประเสริฐ  ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นางจิรัฎฐ์ ปรานต์ประสิทธิ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม, นายวรรณ ชาตรี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4, นายเศรษฐา ขันติ หัวหน้าฝ่ายโรงงานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด, ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาประจวบคีรีขันธ์, กำนัน ต.ทับสะแก  

พร้อมกับชาวบ้านทุ่งประดู่ ที่ส่วนใหญ่มีบ้านเรือนอยู่ริมชายทะเลกว่า 30 คน ร่วมประชุมที่ศาลาหมู่บ้านเพื่อหาข้อสรุปกรณีถุงบิ๊กแบ๊คสีดำ ซึ่งภายหลังการประชุมต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงชาวบ้านยกมือลงมติขอไม่ให้รื้อถุงบิ๊กแบ๊คดังกล่าวออกจากชายหาดทุ่งประดู่ เพื่อให้กันคลื่นลมทะเลในช่วงนี้ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูมรสุมก่อน จนกว่าทางจังหวัดจะจัดหางบประมาณมาจัดซื้อถุงบิ๊กแบ๊คสีขาวมาตั้งเป็นแนวกันคลื่นทดแทนได้ 

จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทีมนักวิชาการสิ่งแวดล้อม, หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านทุ่งประดู่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบถุงบิ๊กแบ๊คสีดำจำนวน 1,000 ถุงวางซ้อนกันสองชั้น มีไม้สนปักเป็นระยะเพื่อกันถุงบิ๊กแบ๊คพังทลาย ลักษณะเป็นแนวยาวเพื่อให้เป็นเขื่อนกันคลื่นชั่วคราว

โดยพบว่าถุงบิ๊กแบ๊คบางใบแตกเสียหายและทรายด้านในได้ไหลออกมากองบนชายหาด ที่ข้างถุงมีตัวอักษร Carbon black N220 และ N660 และตัวอักษรภาษาจีน โดยตรวจพบผงเขม่ากระจายบริเวณชายหาดผสมกับทรายเล็กน้อย เมื่อใช้มือสัมผัสกับถุงบิ๊กแบ๊คดังกล่าวปรากฎมีคราบเขม่าถ่านสีดำติดมือแต่ไม่มากนัก 

ทั้งนี้นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กล่าวหลังตรวจสอบพื้นที่แล้วว่าผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้ตนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จกรณีถุงบิ๊กแบ๊คสีดำ ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าอาจส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมผงถ่านคาร์บอนอาจปนเปื้อนน้ำทะเล หรือฝุ่นฟุ้งกระจายในอากาศกระทบต่อทางเดินหายใจนั้น  

ทั้งนี้หลังลงพื้นที่ร่วมกับนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พบว่าผงถ่านคาร์บอนสีดำที่ถุงบิ๊กแบ๊คมีลักษณะเป็นสารแขวนลอยที่มีจำนวนน้อยไม่เพียงพอที่จะทำอันตรายกับคนและสัตว์น้ำ แต่เพื่อความไม่ประมาทจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำและน้ำทะเลในบริเวณนี้ไปตรวจสอบ 

โดยชาวบ้านทั้งหมดมีมติขอให้คงถุงบิ๊กแบ๊คสีดำดังกล่าวไว้ที่เดิมจนกว่าจะหาถุงบิ๊กแบ็คชนิดใหม่มาทดแทนได้  เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมชาวบ้านที่มีบ้านเรือนตลอดแนวชายหาดมีความกังวลใจว่าอาจจะได้รับผลกระทบจากคลื่นลมทะเล หากนำออกก่อนที่จะมีการเปลี่ยนถุงบิ๊กแบ๊คชนิดใหม่สีขาวได้ 

สำหรับการติดตั้งถุงบิ๊กแบ๊คสีดำในบริเวณชายหาดทุ่งประดู่นี้ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นจุดฟันหลอที่ยังสร้างเขื่อนกันคลื่นไม่เสร็จ ซึ่งทางด้านทิศใต้กรมเจ้าท่าได้มีโครงการสร้างแนวเขื่อนกันคลื่นระยะทางประมาณ 1,200 เมตร เริ่มทำการก่อสร้างไว้เมื่อปี 2560 มีการสร้างเพียง 400 เมตรและโครงการหยุดชะงักในปี 2561 เนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงาน จึงเหลือพื้นที่หน้าชายหาดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลซัดหาตลิ่งอีก 800 เมตร

โดยก่อนหน้านี้ทางอำเภอทับสะแกได้ติดตั้งถุงบิ๊กแบ๊คแล้ว แต่ถูกพิษของพายุปลาบึกทำให้แนวถุงบิ๊กแบ๊คแตกเสียหาย บ้านเรือนประชาชนหลายหลังโครงสร้างเสียหาย พื้นบ้านชำรุดหลายหลัง และพบว่าพังลงไปในทะเลอย่างน้อย 2 หลัง 

จากนั้นภาคเอกชนได้มีการบริจาคถุงบิ๊กแบ๊คจำนวน 1,000 ถุง ซึ่งเป็นถุงสีดำมาทำแนวเขื่อนกันคลื่นชั่วคราวให้ชาวบ้าน โดยถุงดังกล่าวเคยใส่ถ่านคาร์บอนมาก่อน แต่เมื่อนำถุงมาใส่ทรายทำแนวกันคลื่น คาดว่าไม่ได้มีการล้างทำความสะอาดจึงมีผงถ่านหลงเหลืออยู่ที่ถุง ทั้งนี้ชาวบ้านยืนยันว่าขอให้คงถุงบิ๊กแบ๊คไว้ที่ชายหาดก่อนและเมื่อทางจังหวัดสามารถจัดหางบประมาณได้จะดำเนินการรื้อถุงบิ๊กแบ็คดังกล่าวออกได้หมดภายใน 1 วันและติดตั้งถุงบิ๊กแบ๊คใหม่ทันที

ทางด้านนายอารมณ์ ศรีอิ่ม หรือไต๋ออดชาวประมงทุ่งประดู่ กล่าวว่า ตนมีบ้านอยู่ริมทะเลซึ่งพบว่าพื้นดินหน้าบ้านได้ถูกน้ำทะเลกัดเซาะทุกปีจนตอนนี้หลักมุดหายไปแล้วพื้นดินกลายเป็นชายหาด คาดว่าจะหายไปไม่น้อยกว่า 20 วาทำให้ตนต้องตัดสินใจสร้างแนวเขื่อนหน้าบ้านตัวเอง เพราะถูกคลื่นทะเลซัดเข้าถึงตัวบ้าน

ยิ่งเมื่อตอนพายุปลาบึก ชาวบ้านทุ่งประดู่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งตนได้ถ่ายคลิปวีดีโอเก็บไว้ดูตอนที่คลื่นทะเลซัดกำแพงรั้วบ้านและน้ำเข้าถึงบ้าน ทั้งนี้ชาวบ้านต้องการถุงบิ๊กแบ็คและขอให้คงถุงสีดำนี้ไว้ก่อนเพราะจะเข้าหน้ามรสุมแล้ว ตนได้ดูถุงแล้วมีผงถ่านคาร์บอนอยู่จริงแต่เหลือน้อยจับแทบไม่เลอะมือแล้วชาวบ้านต้องการให้คงไว้ ก่อนที่จังหวัดจะนำถุงใหม่มาเปลี่ยนให้ หากเอาถุงบิ๊กแบ็คออกไปชาวบ้านคงไม่ยอมแน่

แกลเลอรี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มรสุมพายุบิ๊กแบ็คข่าวภาคตะวันตกประจวบคีรีขันธ์

เนื้อหาโดย

Pimporn Y.