Sanook77

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กวาดล้างแก๊งต่างด้าว ก่ออาชญากรรมในประเทศไทย

กรุงเทพมหานครข่าว
//s.isanook.com/ss/0/ud/3/19304/1eee.jpg

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุม กลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติการณ์หลอกลวง หรือฉ้อโกงประชาชนและชาวต่างชาติจากทุกช่องทาง อันเป็นการซ้ำเติมปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ประกอบกับตามสั่งการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวาดล้างอาชญากรรมที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้กระทำความผิดในลักษณะซ้ำเติมความเดือดร้อนแก่ประชาชนทางเศรษฐกิจในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจึงได้กวดขันป้องกันปราบปรามการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและมีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท. , พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท. ,พล.ต.ต.ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ธวัช ปิ่นประยงค์ ผบก.ทท.1 ได้สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว หรืออาชญากรรมที่แฝงมากับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อเตรียมพร้อมในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้ดำเนินการสืบสวน ติดตาม จับกุมผู้กระทำความผิด และผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสำคัญ

โดยเมื่อวันที่ 19 ต.ค..64 พล.ต.ท. สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท. เป็นประธานพร้อมผู้บังคับบัญชาและข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแถลงข่าวผลดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดและผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสำคัญ ดังนี้

1. กรณี จับกุมหนุ่มเนปาลสวมบัตรประชาชนไทย โดยพล.ต.ต.ธวัช ปิ่นประยงค์ ผบก.ทท.1 , พ.ต.อ.ชัยธารา อนุฤทธิ์ รอง ผบก.ทท.1 , พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พัฒนา พัฒนชัย รอง ผบก.ทท.1 ,พ.ต.อ.สุรชัช สุวรรณศรี ผกก.3 บก.ทท.1 มอบหมายให้ ชุดสืบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 นำโดย พ.ต.ท.อภิรุ่ง เพียรมงคล สารวัตรกองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ๑ สืบสวนจับกุมตัวผู้ต้องหา คือ

จับกุมตัว นายเจียก กฤตพรพงษ์ อายุ 32 ปี สัญชาติไทย หรือชื่อเดิม นายแซม (Mr.Shyam) เชื้อชาติเนปาล ผู้ต้องหาซึ่งกระทำความผิด “สวมสิทธิเป็นบุคคลอื่นขอมีสัญชาติไทยและบัตรประชาชนโดยทุจริต” อันเป็นความผิดตามกฎหมายด้วยกัน 2 ส่วน

ส่วนแรกเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 ข้อหา “เป็นผู้ยื่นคำขอมีบัตรประชาชนโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ , แจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน , เป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทำหรือใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารทะเบียนราษฎร์อื่นโดยมิชอบ”

ส่วนที่สองเป็นความผิดแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลอาญา ข้อหา “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ แก่เจ้าพนักงาน ซึ่ง อาจทำให้ ผู้อื่น หรือประชาชนเสียหาย , แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตาม มาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

พฤติการณ์แห่งคดี ตำรวจท่องเที่ยวตรวจสอบพบว่า นายเจียกฯ ผู้ต้องหา เปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าชุดสูทในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เน้นบริการตัดชุดสูทให้นักท่องเที่ยว น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลต่างด้าวสวมบัตรประชาชนไทย จึงทำการสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง พบว่าเดิมผู้ต้องหาเป็นชาวเนปาล เมื่อปี พ.ศ.2553 ผู้ต้องหาได้แจ้งความเท็จต่อนายทะเบียนอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี แอบอ้างสวมสิทธิเป็น นายเจียก ซึ่งเป็นชาวมอญ ที่เกิดในประเทศไทยมีสิทธิขอสัญชาติไทยได้ตามกฎหมาย แต่ไม่เคยมาติดต่อนายทะเบียนขอใช้สิทธิ เมื่อเจ้าหน้าที่หลงเชื่อว่าผู้ต้องหาคือนายเจียก ผู้ต้องหาก็ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทยจนได้รับบัตรประชาชนสัญชาติไทย ในชื่อ “นายเจียก กฤตพรพงษ์” จากนั้นผู้ต้องหาเปลี่ยนที่อยู่เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แล้วมาเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าชุดสูทในราคาแพงเกินจริง เอารัดเอาเปรียบลูกค้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ต่อมาตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ตรวจสอบพบการกระทำความผิดแอบอ้างสวมสิทธิตำรวจท่องเที่ยวจึงได้ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับ ซึ่งศาลจังหวัดหัวหินได้อนุมัติหมายจับ ที่ 112/2564 ลง 12 ตุลาคม 2564 ให้จับกุมผู้ต้องหารายนี้

2. กรณี จับกุมคดี “Romance Scam แสร้งรักออนไลน์หลอกโอนเงินค่าพัสดุจากต่างประเทศ” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำโดย พ.ต.อ.รัฐพงศ์ แก้วยอด ผกก.ควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ตรวจสอบกรณี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1219/2564 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 และสามารถจับกุมได้

นางสาวณัฐชยา (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1219/2564 ลงวันที่ 29 ก.ค. 64 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยสุจริต หรือ โดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือ ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”

พฤติการณ์แห่งคดี คือ ก่อนถูกจับ กลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้เฟชบุ๊คปลอมชื่อ “Golder Johnson” อ้างว่าตนชื่อ MiSS GOLDER JOHNSON เข้าพูดคุยจนคุ้นเคยกันและได้มีการแอดไลน์โดยใช้ไอดีไลน์ Covtneynolca1234567 เพื่อพูดคุยกัน โดยได้อ้างตนเองเป็นคนสัญชาติอเมริกาพื้นเพเป็นคนลอสแอนเจอลิส ทำงานเป็นทหารอยู่กองกำลังรักษาสันติภาพของสหรัฐอเมริกาที่ประเทศอัฟกานิสสถาน จะเข้ามาเที่ยวที่ประเทศไทยในวันที่ 15 เมษายน 2564 และแจ้งว่าจะส่งกระเป๋ามาก่อนโดยจะส่งมาให้ผู้เสียหายก่อน จนวันที่ 25 มีนาคม 2564 เวลาประมาณ 08.00 น. ได้มีเบอร์โทรมาแจ้งว่าชื่อคุณนิตยาฯ จากบริษัท GPI คลังสินค้า ที่ตั้ง 34/15 วิภาวดีรังสิต ซอย 4 ว่ากระเป๋าได้ถูกส่งมาอยู่ที่สนามบินดอนเมือง มีน้ำหนักเกิน ต้องชำระเกี่ยวกับค่าภาษี จำนวน 37,000 บาท ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินให้กับคนร้ายไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี นางสาวณัฐชยาฯ จำนวน 37,000 บาท จากนั้นผู้เสียหายพยายามต่อติดสอบถามเรื่องกระเป๋าแต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ประกอบกับได้ตรวจสอบบริษัทดังกล่าวไม่อยู่จริง จึงทราบว่าถูกหลอกลวงและได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.คธม.บช.ทท. ได้จับตัวกุมได้ในเวลาต่อมา

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าถูกชายชาวไนจีเรียหลอกให้เปิดบัญชีให้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นางสาวณัฐชยาฯ ยังมีหมายจับที่ 584/64 ลง 6 ก.ย.64 ของ สภ.เมืองเชียงใหม่ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” อีกด้วย

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จึงขอฝากพี่น้องสื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ไปยังนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงประชาชนทั่วไป หากมีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหรือพบเห็นพฤติการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว สามารถแจ้งมายังสายด่วน 1155 ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

แกลเลอรี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวกรุงเทพและปริมณฑลกรุงเทพมหานคร

เนื้อหาโดย

ปางปราบมาร
เปิดโปงความชั่วทั่วพิภพ ตีแผ่ความดีทั่วแผ่นดิน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สูตรไขว้มรณะ! กินลำไยแกล้มเหล้าขาว นอนตายคารถ
ชลบุรีข่าว

สูตรไขว้มรณะ! กินลำไยแกล้มเหล้าขาว นอนตายคารถ

โดยAmnart L./
จะจะคาตา! "บิ๊กโจ๊ก" ตรวจชายแดนแม่สอด เจอคาตา 4 ราย แอบข้ามแดน
ตากข่าว
โดยVolapa P./
โหลดเพิ่มเติม