Sanook77

คลั่งจิตหลอน! เด็กนอกคลั่งปาดคอย่าดับสลด ก่อนบุกยิงแทงผู้อื่นบาดเจ็บ 2 ราย

อุดรธานีข่าว
//s.isanook.com/ss/0/ud/2/14813/image16.jpg

วันที่ 2 มกราคม 2564 ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชาย ใช้อาวุธมีดแทงพนักงานนวด ร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง ในซอยโนนพิบูลย์ เทศบาลนครอุดรธานี มีพนักงานนวดหญิงได้รับบาดเจ็บ

โดยคนร้ายมีอาวุธปืนได้ยิงปืนที่บริเวณหน้าร้าน 2 นัด และขี่รถ จยย.ฮอนด้า สกูปปี้ สีฟ้า หลบหนี หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ศักดา บุญก้อน รอง สว.สอบสวน จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และออกไปสอบสวนเหตุ พร้อมตำรวจสายตรวจ 191 ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และอาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรม 

ใกล้ที่เกิดเหตุหน้าร้านสะดวกซื้อ ห่างจากร้านนวดประมาณ 50 เมตร พบ น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 24 ปี หมอนวดแผนโบราณ ชาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถูกแทงได้วิ่งหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี โดยถูกคนร้ายมีดแทงที่บริเวณหลังและไหล่ 4 แห่ง 

ต่อมาได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รปภ.และพนักงานประจำรถกู้ชีพโรงพยาบาลนอร์ทอีสเทิร์นวัฒนา ว่าได้ควบคุมตัวคนร้าย พร้อมอาวุธปืน ที่เข้ามาก่อเหตุยิง น.ส.ศิริรัตน์ หรือ น้องออย อายุ 24 ปี ผู้ช่วยพยาบาล ที่กำลังทำหน้าที่ตรวจคัดกรองคนไข้ที่บริเวณประตูทางเข้าห้องฉุกเฉิน

โดยคนร้ายยิง น.ส.ศิริรัตน์ฯ เข้าที่ไหล่ด้านขวาได้รับบาดเจ็บ กระสุนฝังใน โดยทางโรงพยาบาลฯ ได้นำตัว น.ส.ศิริรัตน์ฯ ทำการรักษาตัวทันที  

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปควบคุมตัวคนร้าย ทราบชื่อว่า คือ นายกิตติภัฏ หรือ ฟีฟ่า อายุ 22 ปี พร้อมอาวุธปืน ออโตเมติก ยี่ห้อโคลท์ ขนาด 11 มม.และมีดพับยาวประมาณ 6 นิ้ว และเป็นคนร้ายคนเดียวกับที่ก่อเหตุแทง น.ส.อาริยาฯ พนักงานนวด

หลังจากนั้น นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี พล.ต.ต,พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ปิยบุตร ไพบูลย์ รอง ผบก. พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมตำรวจสายตรวจ 191 ตำรวจชุดสืบสวน

ได้ควบคุมตัว นายกิตติภัฏฯ มาที่บ้านที่เปิดเป็นฟิตเนสและสปา ทุกคนต้องตกใจ เพราะที่บ้านพักในห้องนอนพบศพ นางอนงค์ อายุ 66 ปี ย่าแท้ ๆ ของนายกิตติภัฏ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน  

สภาพศพสวมเสื้อหนาวสีส้ม กางเกงกีฬาสีดำ ถูกอาวุธมีดปาดลำคอหลอดลมขาด และถูกแทงที่บริเวณลำตัวอีกกว่า 10 แผล เสียชีวิตประมาณ 5 ชั่วโมง  

จากการตรวจค้นในบ้าน และห้องนอนของพบกล่องกระสุนขนาด 11 มม.ที่มีกระสุนปืน 50 นัด ยารักษาโรคทางจิตประสาทจำนวนมาก และเพิ่งไปรับยามาล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา 

โดย นายกิติภัฏฯ รับสารภาพด้วยความสับสนว่า เป็นผู้ที่ก่อเหตุฆ่า นางอนงค์ฯ ที่เป็นย่าแท้ ๆ ของตัวเอง เริ่มจากได้ไปบอกย่าว่าอยากได้ปืนที่ย่าเก็บไว้ในตู้เซฟ เอาออกมาขอถ่ายรูปปืน

ซึ่งตนอยากได้ปืนมายิงหัวตัวเอง เพราะอยากตาย เพราะว่ามีคนมายุ่งเรื่องส่วนตัว มาแฮกโทรศัพท์ของตน โดยตนไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่คนข้างบ้านและทุกคนเขารู้หมด ตนอยากตาย แต่ไม่ได้อยากจะทำกับย่าแบบนี้

ตนฝืนตัวเองเพื่อทำกับย่า และก็อยากได้ปืนแค่นั้น และตนก็ป่วยเป็นโรคจิตเวช และก็เคยถูกรถชน และก็เป็นอีกหลายอย่าง ซึ่งที่บ้านนี้ตนอยู่กับปู่ ย่า รวมกัน 3 คน  

 

ต่อมา นายขจรศักดิ์ อายุ 73 ปี ปู่แท้ ๆ ของ นายกิติภัฏ ได้เดินทางกลับมาบ้าน ได้ให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายกิติตภัฏฯ หรือ ฟีฟ่า เป็นหลานแท้ ๆ เป็นลูกของลูกชายที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก

ต่อมาพ่อแม่ของนายกิตติภัฏฯ ไปทำงานที่ประเทศอังกฤษ แล้วพานายกิตติภัฏฯ ไปเรียนที่นั่น จนประมาณ 3 เดือนที่แล้ว นายกิตติภัฏฯ กลับมาเมืองไทย เพื่อรักษาตัว และยังไม่สามารถกลับไปได้ เพราะติดสถานการณ์โรคโควิด-19 และก่อนหน้าหลานก็ไม่เคยมีความก้าวร้าว ส่วนยารักษาของหลาน ย่าเขาก็จะเป็นคนเอาให้กินทุกวัน   

นายบขจรศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ตนออกไปข้างนอกไปตกปลา นิสัยหลานช่วงนี้ตนไม่รู้ เพราะก่อนหน้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน หลานอยู่ที่อังกฤษ และกลับมาเมืองไทยเพื่อรักษาตัวได้ประมาณ 3 เดือน ที่ป่วยเป็นโรคทางจิต เมื่อมาอยู่บ้านหลานก็มีอาการปกติ สั่งอาหารมากินได้เอง และก็ชอบหยอกเล่นกับย่าเขา

ส่วนปืนเป็นของตนที่ซื้อมาเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ที่มีทะเบียนถูกต้อง โดยให้ย่าเขาเป็นคนเก็บเอาไว้ แล้วตนก็ไม่รู้ว่าเขาเอาไปเก็บที่ไหน เมื่อมาเกิดเหตุขึ้น คิดว่ามันไม่น่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น

ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ เมื่อกี้ไปดูหลานมา เขาก็ไม่พูดอะไร อยากจะถามหลานว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เขาก็ไม่มีอาการอะไร หรือมีลางอะไรมาก่อน 

จากนั้นทางตำรวจควบคุมตัว นายกิตติภัฏฯ ไป สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อสอบปากตำเบื้องต้น และส่งตัวไปโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อตรวจสภาพจิตใจ แต่เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา

“ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนและอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ หรือหมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร ทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส” 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุดรธานี

เนื้อหาโดย

Atiwat P.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เมาคึก ออกศึกสายเลือดไม่แท้! พ่อเลี้ยงลูกเลี้ยงดวลมีดกลางบ้าน สาหัสทั้งคู่

เมาคึก ออกศึกสายเลือดไม่แท้! พ่อเลี้ยงลูกเลี้ยงดวลมีดกลางบ้าน สาหัสทั้งคู่

โดยSanook77 Regional/
โหลดเพิ่มเติม