Sanook77

ไม่เหลืออะไรเลย! ระทึกกระแสน้ำยมทะลัก ซัดบ้านทรุดตัวจนพัง

สุโขทัยข่าว
//s.isanook.com/ss/0/ud/2/12087/gal-12087-20200826103803-d92b.jpg

วันที่ 25 สิงหาคม 63 ที่บริเวณ หมู.7 ต.ท่าทอง อ.สวรรคโลก เกิดกระแสน้ำยมกัดเซาะผนังคันดินน้ำยมกว้างกว่า 20 เมตร ทำให้เกิดน้ำทะลักไหลเชี่ยวเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเดือดร้อนกว่าร้อยหลังคาเรือน

และยังทำให้บ้านนายอำนาจ เขียวฤทธิ์ ที่ตั้งอยู่ตรงกับทางน้ำไหลของกระแสน้ำ ที่ไหลแรง ซัดเข้าบ้านอย่างต่อเนื่องจนบ้านเริ่มจะยุบ ซึ่งเจ้าของบ้านต้องหนีตายออกมานอกบ้านโดยไม่สามารถเข้าไปเก็บข้าวของที่มีค่าออกมาได้ ซึ่งในขณะนั้นมีทีมกู้ภัยสว่างและกู้ภัยป่อเต๊กตึ้ง อยู่ในบริเวณนั้นพอดี

ทางนายอำนาจ เขียวฤทธิ์ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 55 /1 หมู่ 7 ต.ท่าทอง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย จึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยให้เข้าไปช่วยเหลือและให้ช่วยพาเข้าไปเก็บเอกสารสำคัญที่อยู่ในบ้าน ซึ่งบ้านกำลังจะพังลงเนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและแรงซัดเข้าบ้านอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา

แต่เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวและแรงทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถพาเข้าไปเก็บเอกสารสำคัญได้จึงได้ยุติการเข้าไปที่บ้าน จากนั้นไม่นานตัวบ้านก็เริ่มพังลงมา  สร้างความตกใจแก่เจ้าของบ้านและผู้พบเห็นซึ่งเจ้าของบ้านไม่สามารถเก็บของมีค่าออกมาได้ทัน

นายอำนาจ เขียวฤทธิ์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า บ้านดังกล่าวอยู่ด้วยกัน 4 คน มีพ่อแม่ และภรรยา เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาเกิดกระแสน้ำยมกันเซาะคันดินเพียงเล็กน้อยจึงได้พาพ่อและแม่ไปฝากไว้ที่บ้านญาติ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ตนไม่สามารถเก็บของมีค่าได้ทัน เพราะกระแสน้ำแรงมาก มีเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวเท่านั้นที่ติดตัวมา ของมีค่าหลายอย่าก็จมน้ำและถูกกระแสน้ำพัดหายไป และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากระแสน้ำยังที่ไหลแรงทำให้บ้าน ทั้งหลังพังยุบตัวลง  วันนี้ได้ร้องขอเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อจะเข้าไปเก็บเอกสารสำคัญก็ไม่สามารถเข้าไปได้

ตนและครอบครัววอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลือตนและครอบครัวด้วย เพราะในตอนนี้สภาพจิตใจหดหู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตนเอง เพราะถ้าวันแรกเมื่อเริ่มมีน้ำยมกัดเซาะผนังดินถ้าเจ้าหน้าที่นำบิ๊กแบ๊คมาลงกันทางน้ำคงจะไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวบ้านของตนและอีกหลายครอบครัวก็อาจจะรอด

ส่วนการบริหารจัดการมวลน้ำในครั้งนี้ทางชลประทานได้ผันน้ำจากจุดวัดน้ำ y14 อ.ศรีสัชนาลัย ที่มีมวลน้ำถึง 1499 ลบม/วินาที ให้แบ่งออกทางคลองหกบาท 356 ลบม./วินาที ออกทางคลองยม-น่าน 106 ลบม./วินาที ทางแม่น้ำยมสายเก่า 250ลบม./วินาที

และผันไปทางประตูระบายน้ำคลองน้ำโจนฝั่งขวา 17 ลบม./วินาที เพื่อคุมให้น้ำที่จะไหลงลงประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์  ไม่เกิน 800 ลบม./วินาที เพื่อให้น้ำระบายออกตามคลองธรรมชาติ คลองสาขา และลดปริมาณน้ำไหลผ่าน อ.เมืองสุโขทัย คงเหลือ 450 ลบม./วินาที

ซึ่งน้ำที่ล้นเอ่อแม่น้ำยม และน้ำที่ระบายออกจากจุดที่ผนังกั้นน้ำทรุด ทำให้มวลน้ำแผ่กระจายออกเป็นบริเวณกว้าง เข้าพื้นที่จุดรับน้ำที่ทุ่งบางกะบาล พื้นที่กว่าหมื่นไร่ ส่วนจุดที่ผนังกั้นน้ำ

 

แกลเลอรี

ไม่เหลืออะไรเลย! ระทึกกระแสน้ำยมทะลัก ซัดบ้านทรุดตัวจนพัง
ไม่เหลืออะไรเลย! ระทึกกระแสน้ำยมทะลัก ซัดบ้านทรุดตัวจนพัง
ไม่เหลืออะไรเลย! ระทึกกระแสน้ำยมทะลัก ซัดบ้านทรุดตัวจนพัง
ไม่เหลืออะไรเลย! ระทึกกระแสน้ำยมทะลัก ซัดบ้านทรุดตัวจนพัง
ไม่เหลืออะไรเลย! ระทึกกระแสน้ำยมทะลัก ซัดบ้านทรุดตัวจนพัง
ไม่เหลืออะไรเลย! ระทึกกระแสน้ำยมทะลัก ซัดบ้านทรุดตัวจนพัง
ไม่เหลืออะไรเลย! ระทึกกระแสน้ำยมทะลัก ซัดบ้านทรุดตัวจนพัง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวภาคกลางสุโขทัย

เนื้อหาโดย

Srisuda C.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ใช่หรือท่าน! จับสึกพระเมาอ้างดื่มสุราฆ่าเชื้อโควิด-19

ใช่หรือท่าน! จับสึกพระเมาอ้างดื่มสุราฆ่าเชื้อโควิด-19

โดยMongkol S./
โหลดเพิ่มเติม